Archives

ข้อมูล ค้างคาว

รูปที่1

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Harpullia arborea   Radlk.

ชื่อวงศ์ : SAPINDACEAE

ชื่ออื่นๆ : หมังขะอุย หอมไกลดง ฮางแกน

ลักษณะ : ไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อย 6-10 ใบ เรียงสลับ ผิวเกลี้ยง รูปรีแกมขอบขนาน โคนใบเว้าเล็กน้อย ปลายแหลม ก้านใบย่อยยาวประมาณ 3 มม. ดอกออกเป็นช่อ ยาว 15-20 ซม. มีขนนุ่ม ดอกย่อยขนาดเล็ก สีครีมอมเขียว กลีบดอกมี 4-5 กลีบ เรียงเวียน เกสรผู้ 5-8 อัน รังไข่มี 2 ช่อง ผลสีเหลืองส้ม เปลือกหนาคล้ายหนัง ภายในกลวง มีลักษณะเป็น 2 พู เมื่อแก่แตก 2 ข้าง เมล็ดค่อนข้างกลม สีดำมัน ขนาด 0.5-0.8 ซม.

การกระจายพันธุ์ : พบในอินเดีย กระจายจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบกระจายในป่ากึ่งดงดิบที่ชื้นหรือบริเวณริมห้วย ที่ความสูง 300-700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ออกดอกติดผลเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม

ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี

ข้อมูล กะเม็ง

รูปที่2

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ecipta prostrate   L.

ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE)

ชื่ออื่นๆ : กะเม็งตัวเมีย หญ้าสับ ฮ่อมเกี่ยว

ลักษณะ : พืชล้มลุกมีอายุข้ามปี สูง10-80 ซม. แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอกหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม.ยาว 3-6 ซม. โคนใบสอบปลายใบแหลม ผิวใบมีขนปกคลุม ดอกสีขาว ออกเป็นช่อกระจุก ขนาดผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ก้านช่อดอกเรียว ยาว 2-4.5 ซม. ดอกวงนอก กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำ ยาว 2.5 มม . ดอกวงในลักษณะเป็นหลอด ยาว 2 มม. ปลายจักเป็นสี่แฉก ผล รูปลูกข่างสีดำ ขนาด 1.5-3 มม. ตอนปลายมีรยางค์เล็กๆพืชล้มลุกมีอายุข้ามปี สูง10-80 ซม. แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอกหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม.ยาว 3-6 ซม. โคนใบสอบปลายใบแหลม ผิวใบมีขนปกคลุม ดอกสีขาว ออกเป็นช่อกระจุก ขนาดผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ก้านช่อดอกเรียว ยาว 2-4.5 ซม. ดอกวงนอก กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำ ยาว 2.5 มม . ดอกวงในลักษณะเป็นหลอด ยาว 2 มม. ปลายจักเป็นสี่แฉก ผล รูปลูกข่างสีดำ ขนาด 1.5-3 มม. ตอนปลายมีรยางค์เล็กๆ

การกระจายพันธุ์ : พบทั่วไปในเขตร้อนและเขตศูนย์สูตร ขึ้นตามที่โล่งแจ้งชุ่มชื้นหรือริมคูน้ำ นาข้าว

ประโยชน์ : ทั้งต้นเป็นยาฝาดสมาน คอตีบ ขับถ่ายเป็นเลือด ใบตำเป็นยาพอกแผล ห้ามเลือด ใบและดอกต้มอุดเหงือกแก้ปวดฝัน รากใช้ต้มหรือคั้นน้ำดื่มหลังคลอดบุตร แก้ตกขาวและโรคโลหิตจาง

 

 

ข้อมูล ผักตบชวา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eichhornia crassipe (C.Mart) Solms
วงศ์ :  Pontederiaceae
ชื่อสามัญ :  Water hyacinth , Java weed
ชื่ออื่น : 
 ผักตบป่อง สวะ (ภาคกลาง) ผักบ่ง (นครราชสีมา) ผักป่อง (สุพรรณบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นวัชพืชน้ำที่มีอายุยืนหลายปี สูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีลำต้นสั้น รากแตกออกจากลำต้นบริเวณข้อ รากมักมีสีม่วงดำ เกิดจากสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ลำต้นแตกไหลเกิดเป็นลำต้นใหม่ติดต่อกันไป ใบ ออกเป็นกลุ่มรอบลำต้น (rosettes) ใบกว้างใหญ่ รูปร่างค่อนข้างกลม ส่วนฐานใบเว้าเข้าหาก้านใบ มีหูใบ ปลายใบมน ขนาดของใบและความยาวของก้านใบขึ้นกับสภาความอุดมสมบูรณ์ในบริเวณที่เจริญเติบโตอยู่ ส่วนของก้านใบจะพองออกภายในมีรูพรุนลักษณะคล้ายฟองน้ำ ช่วยพยุงให้ลำต้นลอยน้ำได้ ดอก ออกเป็นช่อชนิดสไปด์ ออกดอกได้ตลอดปี ในช่อหนึ่งๆ มีดอกย่อย 6-30 ดอก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกหลอมรวมกัน (perianth) มีสีม่วง มีจุดเหลืองตรงกลาง ส่วนฐานกลีบดอกหลอมรวมกันเป็นรูปกรวย ส่วนปลายแยกเป็น 6 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 6 อัน เกสรตัวเมียเป็นเส้นบางๆ ที่ส่วนปลายเป็นตุ่มสีขาว ผล เป็นชนิดแคปซูล แบ่งเป็น 3 พู ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีรูปร่างกลม พบขึ้นตามลำคลอง คลองชลประทาน หนองน้ำ และที่ชื้นแฉะมีน้ำขัง ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด และส่วนของลำต้น

ประโยชน์ : ใช้เป็นอาหารสัตว์ (เลี้ยงสุกร) ใช้ทำปุ๋ยหมัก ทำผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเขียว (โดยโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา)  ยอด ใบ และดอกอ่อน ลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำมาแกงส้ม  นำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น กระเป๋า กระจาด กระบุง กระเช้า