ข้อมูล ค้างคาว

รูปที่1

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Harpullia arborea   Radlk.

ชื่อวงศ์ : SAPINDACEAE

ชื่ออื่นๆ : หมังขะอุย หอมไกลดง ฮางแกน

ลักษณะ : ไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 10 เมตร ใบเป็นใบประกอบ ใบย่อย 6-10 ใบ เรียงสลับ ผิวเกลี้ยง รูปรีแกมขอบขนาน โคนใบเว้าเล็กน้อย ปลายแหลม ก้านใบย่อยยาวประมาณ 3 มม. ดอกออกเป็นช่อ ยาว 15-20 ซม. มีขนนุ่ม ดอกย่อยขนาดเล็ก สีครีมอมเขียว กลีบดอกมี 4-5 กลีบ เรียงเวียน เกสรผู้ 5-8 อัน รังไข่มี 2 ช่อง ผลสีเหลืองส้ม เปลือกหนาคล้ายหนัง ภายในกลวง มีลักษณะเป็น 2 พู เมื่อแก่แตก 2 ข้าง เมล็ดค่อนข้างกลม สีดำมัน ขนาด 0.5-0.8 ซม.

การกระจายพันธุ์ : พบในอินเดีย กระจายจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยพบกระจายในป่ากึ่งดงดิบที่ชื้นหรือบริเวณริมห้วย ที่ความสูง 300-700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ออกดอกติดผลเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม

ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี

ข้อมูล กะเม็ง

รูปที่2

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ecipta prostrate   L.

ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE (COMPOSITAE)

ชื่ออื่นๆ : กะเม็งตัวเมีย หญ้าสับ ฮ่อมเกี่ยว

ลักษณะ : พืชล้มลุกมีอายุข้ามปี สูง10-80 ซม. แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอกหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม.ยาว 3-6 ซม. โคนใบสอบปลายใบแหลม ผิวใบมีขนปกคลุม ดอกสีขาว ออกเป็นช่อกระจุก ขนาดผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ก้านช่อดอกเรียว ยาว 2-4.5 ซม. ดอกวงนอก กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำ ยาว 2.5 มม . ดอกวงในลักษณะเป็นหลอด ยาว 2 มม. ปลายจักเป็นสี่แฉก ผล รูปลูกข่างสีดำ ขนาด 1.5-3 มม. ตอนปลายมีรยางค์เล็กๆพืชล้มลุกมีอายุข้ามปี สูง10-80 ซม. แตกกิ่งก้านที่โคนต้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอกหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม.ยาว 3-6 ซม. โคนใบสอบปลายใบแหลม ผิวใบมีขนปกคลุม ดอกสีขาว ออกเป็นช่อกระจุก ขนาดผ่านศูนย์กลาง 6 มม. ก้านช่อดอกเรียว ยาว 2-4.5 ซม. ดอกวงนอก กลีบดอกเป็นรูปรางน้ำ ยาว 2.5 มม . ดอกวงในลักษณะเป็นหลอด ยาว 2 มม. ปลายจักเป็นสี่แฉก ผล รูปลูกข่างสีดำ ขนาด 1.5-3 มม. ตอนปลายมีรยางค์เล็กๆ

การกระจายพันธุ์ : พบทั่วไปในเขตร้อนและเขตศูนย์สูตร ขึ้นตามที่โล่งแจ้งชุ่มชื้นหรือริมคูน้ำ นาข้าว

ประโยชน์ : ทั้งต้นเป็นยาฝาดสมาน คอตีบ ขับถ่ายเป็นเลือด ใบตำเป็นยาพอกแผล ห้ามเลือด ใบและดอกต้มอุดเหงือกแก้ปวดฝัน รากใช้ต้มหรือคั้นน้ำดื่มหลังคลอดบุตร แก้ตกขาวและโรคโลหิตจาง

 

 

ข้อมูล ผักตบชวา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eichhornia crassipe (C.Mart) Solms
วงศ์ :  Pontederiaceae
ชื่อสามัญ :  Water hyacinth , Java weed
ชื่ออื่น : 
 ผักตบป่อง สวะ (ภาคกลาง) ผักบ่ง (นครราชสีมา) ผักป่อง (สุพรรณบุรี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นวัชพืชน้ำที่มีอายุยืนหลายปี สูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีลำต้นสั้น รากแตกออกจากลำต้นบริเวณข้อ รากมักมีสีม่วงดำ เกิดจากสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) ลำต้นแตกไหลเกิดเป็นลำต้นใหม่ติดต่อกันไป ใบ ออกเป็นกลุ่มรอบลำต้น (rosettes) ใบกว้างใหญ่ รูปร่างค่อนข้างกลม ส่วนฐานใบเว้าเข้าหาก้านใบ มีหูใบ ปลายใบมน ขนาดของใบและความยาวของก้านใบขึ้นกับสภาความอุดมสมบูรณ์ในบริเวณที่เจริญเติบโตอยู่ ส่วนของก้านใบจะพองออกภายในมีรูพรุนลักษณะคล้ายฟองน้ำ ช่วยพยุงให้ลำต้นลอยน้ำได้ ดอก ออกเป็นช่อชนิดสไปด์ ออกดอกได้ตลอดปี ในช่อหนึ่งๆ มีดอกย่อย 6-30 ดอก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกหลอมรวมกัน (perianth) มีสีม่วง มีจุดเหลืองตรงกลาง ส่วนฐานกลีบดอกหลอมรวมกันเป็นรูปกรวย ส่วนปลายแยกเป็น 6 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 6 อัน เกสรตัวเมียเป็นเส้นบางๆ ที่ส่วนปลายเป็นตุ่มสีขาว ผล เป็นชนิดแคปซูล แบ่งเป็น 3 พู ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีรูปร่างกลม พบขึ้นตามลำคลอง คลองชลประทาน หนองน้ำ และที่ชื้นแฉะมีน้ำขัง ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด และส่วนของลำต้น

ประโยชน์ : ใช้เป็นอาหารสัตว์ (เลี้ยงสุกร) ใช้ทำปุ๋ยหมัก ทำผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเขียว (โดยโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา)  ยอด ใบ และดอกอ่อน ลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำมาแกงส้ม  นำมาจักสานเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น กระเป๋า กระจาด กระบุง กระเช้า

ข้อมูล คลองผดุงกรุงเกษม

ภาพ:คลองผดุงกรุงเกษม.jpg

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้ขุดเป็นคูคลองชั้นนอกพระนคร คลองนี้ได้ จ้างชาวจีนมาทำการขุด ทางเหนือทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาข้างวัดเทวราชกุญชร ทางใต้ทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาข้าง วัดแก้วฟ้า คลองผดุงกรุงเกษมขุดผ่านคลองมหานาคที่สี่แยกมหานาค ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นย่านการค้าทางเรือ ที่สำคัญตราบจนถึงปัจจุบัน

[แก้ไข] คลองผดุงกรุงเกษม (Khlong Phadung Krung Kasem)

เป็นคลองรอบพระนครชั้นนอก ขุดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ขุดเมื่อ พ.ศ. 2394 ทรงพิจารณาเห็นว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น ผู้คนก็มากกว่าเมื่อเริ่มสร้างกรุง ควรขยับขยายพระนครออกไป จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ว่าที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กอง เจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นกงสีจ้างจีนขุดคลองพระนครออกไปอีกชั้นหนึ่ง โดยขุดถัดจากคลองรอบกรุงออกไปทางชานพระนคร เริ่มขุดจากปากคลองริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดเทวราชกุญชร (วัดสมอแครง) ย่านเทเวศร์ มีแนวขนานไปกับคลองคูเมืองเดิม ผ่านย่านหัวลำโพง ตัดผ่านคลองมหานาคไปทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่งบริเวณวัดแก้วแจ่มฟ้าสี่พระยา คลองนี้ขุดเสร็จในปี พ.ศ. 2395 ได้รับพระราชทานชื่อว่า “คลองผดุงกรุงเกษม”         คลองนี้ตัดผ่านคลองมหานาค บริเวณสี่แยกมหานาค ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญ ผ่านบริเวณหัวลำโพงในปัจจุบัน ผ่านวัดมหาพฤฒาราม (เดิมเรียกว่า วัดท่าเกวียน) ในสมัยที่ทำการขุดมีขนาดกว้าง 20 เมตร ลึก 3 เมตร ยาว 5.5 กิโลเมตร

[แก้ไข] สะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม

สะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามให้คล้องจองกันทั้งหมด

  • สะพานเทเวศรนฤมิตร – อยู่บนถนนสามเสน บริเวณใกล้สี่แยกเทเวศร์ เป็นย่านการค้าเก่า
  • สะพานวิศุกรรมนฤมาน – อยู่ระหว่างถนนประชาธิปไตยกับถนนนครราชสีมา ตรงสี่แยกประชาเกษม (สี่แยกเมล์แดง) ใกล้เคียงกับคุรุสภาและวัดมกุฎกษัตริยาราม
  • สะพานมัฆวานรังสรรค์ – อยู่บนถนนราชดำเนินนอก บริเวณสี่แยกมัฆวานรังสรรค์ สถานที่สำคัญได้แก่ ที่ทำการสหประชาชาติประจำประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ และทำเนียบรัฐบาล
  • สะพานเทวกรรมรังรักษ์ – อยู่บนถนนนครสวรรค์ บริเวณสี่แยกเทวกรรม ย่านนางเลิ้งเป็นชุมชนเก่าแก่ อยู่ใกล้วัดโสมนัสวิหาร และทำเนียบรัฐบาล
  • สะพานจตุรภักตร์รังสฤษดิ์ หรือ “สะพานขาว” อยู่บนถนนหลานหลวง สี่แยกสะพานขาว ใกล้กับตลาดมหานาค

สะพานอื่นๆ ที่ไม่ได้สร้างในสมัยนั้น และไม่ได้มีชื่อคล้องจอง

  • สะพานพิทยเสถียร
  • สะพานกษัตริย์ศึก
  • สะพานเจริญสวัสดิ์

กลอน รักไม่รู้จบ

อันความรักของแม่ไม่แปรผัน

จะกี่วันรักของแม่ไม่จางหาย

จะกี่เดือนรักของแม่ไม่กลับกลาย

จนสิ้นใจไม่มีเคลื่อนเลือนหายไป…..

 

ถึงวันนี้ลูกเติบใหญ่ไม่สิ้นรัก

แม่ก็จักรักเจ้าจนสิ้นขัย

ยิ่งพูนเพิ่มด้วยรักและห่วงใย

ตลอดไปไม่สิ้นสุดหยุดรักเลย…..

 

เห็นหน้าเจ้าสดใสให้เป็นสุข

เห็นเจ้าทุกข์แม่ก็ทุกข์กว่าไหนไหน

ให้ความรักปลอบขวัญกำลังใจ

แม่มีให้ลูกนั้นทุกวันเอย…..

กลอน ห่วงทองคล้องชีวี

แม่เหนื่อยนัก  อยากพัก  บ้างสักนิด

อยากตั้งจิต   ปล่อยว่าง  อย่างท่านว่า

แต่ภาระ       หน้าที่       ยังมีมา

ต้องก้มหน้า   ทำไป       ให้ได้ดี

 

มีลูกเต้า        เป็นห่วง    บ่วงชีวิต

คล้องดวงจิต  ดวงใจ      ไม่อาจหนี

แม่ตั้งใจ        จะทำไป    ทั้งชีวี

ห่วงทองนี้      แม่มิอาจ   สลัดไป

 

แม้กระทั่ง      ลูกเติบใหญ่   ไปทั้งหมด

ไม่อาจปลด    บ่วงชีวี          นี้ไปได้

แม่ยังคง        คล้องห่วงนี้    ด้วยเต็มใจ

ไม่ไปไหน      ยังดูแล          ลูกแม่เอย….

บทเพลง เราสู้

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
หน้าที่เรารักษาสืบไป
ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
จะได้มีพสุธาอาศัย
อนาคตจะต้องมีประเทศไทย
มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย
ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น
จะสู้กันไม่หลบหนีหาย
สู้ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย
ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู
บ้านเมืองเราเราต้องรักษา
อยากทำลายเชิญมาเราสู้
เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู
เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว

กลอน อยากให้เราสองคนได้พบกัน จะได้มอบความรักนั้นให้แด่เธอ

ไม่เห็นเธอหนึ่งวันแสนคิดถึง
นั่งคะนึงภาพเธอและใฝ่ฝัน
อยากให้เราสองคนได้พบกัน
จะได้มอบความรักนั้นให้แด่เธอ

กลอน ถึงแม้ไม่ได้เจอก็ ยังคิดถึงเธอทุกวัน

คิดถึงหนักหนา
อยากรู้ว่ายังสบายดีไหม
อยู่ทางนี้ทำได้แค่ส่งใจ
กับความห่วงใยที่ให้เธอ
คิดถึงหนักหนา
ให้รู้ว่ายังรักอยู่เสมอ
ถึงแม้ไม่ได้เจอ
แต่ยังคิดถึงเธอทุกวัน

ข้อมูล โรคช้ำรั่ว

สาว ๆ ระวังให้ดี…ปวด (ฉี่) ต้องรีบปล่อยก่อนโรคช้ำรั่วถามหา

   ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จนเกิดอาการปัสสาวะเล็ดราด เรื่องน่าอายที่สาว ๆ อาจไม่กล้าบอกใคร แต่นอกจากจะแก้ไขได้แล้ว ยังป้องกันได้ด้วย

          ถึงไฮดี้ คลุม จะดูสวยเฉิดฉายแค่ไหนในตอนตั้งท้อง แต่คนที่กำลังตั้งท้องก็เสี่ยงต่อการเกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้ เช่นเดียวกับ อิสลา ฟิซเซอร์ ที่กำลังตั้งครรภ์ที่สองหลังแต่งงานกับ ซาซ่า บารอน โคเฮน ได้ไม่นาน ถึงแม้เหล่าดาราสาว ๆ จะไม่มีใครออกมาบอกว่าพวกเธอต้องพบกับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence, UI) หรือที่เรียกว่าอาการช้ำรั่วกันมั่งหรือเปล่า แต่สำหรับเหล่าดาราสาวที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ก็ถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงกับการเกิดอาการนี้ อย่างไรก็ตาม การเข้าใจว่าอาการช้ำรั่วเกิดได้แต่เพียงกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือในผู้หญิงสูงวัย ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งในหมู่ผู้หญิง (ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึงสามเท่า) และอาจทำให้เกิดความอายที่จะไปปรึกษาแพทย์ เมื่อเกิดอาการดังกล่าวขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้ว อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่นั้นเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัย

แต่ความจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือ อาการนี้ สามารถเยียวยาและป้องกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากพบกับปัญหาน่าอาย ที่รบกวนการใช้ชีวิตของคุณเช่นนี้ ก็ต้องอ่านเรื่องต่อไปนี้

ปัสสาวะแบบปกติเป็นยังไง

เมื่อดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารผ่านการกรองของไต ของเสียจะถูกเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งกล้ามเนื้อส่วนนี้จะยืดได้ หากน้ำปัสสาวะมีประมาณ 200 ซี.ซี. จะรู้สึกปวดปัสสาวะเล็กน้อย ถ้าทำเป็นลืม ความรู้สึกปวดปัสสาวะจะค่อยๆ หายไป แต่เมื่อมีน้ำปัสสาวะขังประมาณ 300-400 ซี.ซี. กระเพาะปัสสาวะค่อนข้างเต็มที่จะทำให้รู้สึกปวดมาก อยากไปห้องน้ำ ปริมาณมากขนาดนี้จะกลั้นแทบไม่อยู่จนอาจปัสสาวะราดได้

ในผู้ใหญ่ที่แข็งแรง จำนวนครั้งของการปัสสาวะตามปกติตอนกลางวันประมาณ 4-6 ครั้ง ปัสสาวะกลางคืนหลังนอนหลับ 0-1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ปริมาณปัสสาวะ จำนวนครั้งของการปัสสาวะอาจแปรเปลี่ยนไปได้ตามจำนวนน้ำที่ดื่ม อุณหภูมิของอากาศภายนอก ปริมาณเหงื่อที่ออก และวัย

กลั่นปัสสาวะไม่อยู่มีหลายแบบ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หมายถึงการที่มีปัสสาวะรั่วไหล โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมาพอที่จะทำให้เป็นปัญหาในการเข้าสังคม หรือเป็นปัญหาทางสุขภาพและอนามัยสามารถแยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ดังนี้คือ

 ปัสสาวะเล็ดขณะไอหรือจาม หมายถึงอาการปัสสาวะเล็ดออกมาในขณะที่มีการเพิ่มแรงเบ่งกดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ หรือแรงเบ่งในช่องท้องด้วยการไอหรือจาม

 ปัสสาวะเล็ดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เกิดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เดิน วิ่ง ก้าวขึ้นบันได ยกของหนัก เป็นต้น ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน

 ปัสสาวะราด หมายถึงภาวะที่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะมาก ปวดกลั้น และปัสสาวะราดออกมาก่อน

 ปัสสาวะรดที่นอน เป็นอาการที่มักจะพบในเด็ก แต่ในผู้ใหญ่ก็พบได้บ้าง รวมทั้งผู้สูงอายุ จากอัตราที่ตรวจพบในหญิงไทยทุกกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป พบว่ามีอาการในระดับเล็กน้อยหรือพบได้นาน ๆ ครั้ง

 ปัสสาวะปวดกลั้น หมายถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างมาก ทำให้ต้องรีบที่จะเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่าปัสสาวะกำลังจะราดออกมา แต่ก็ยังสามารถยับยั้งไว้ได้

 ปัสสาวะซึมออกโดยไม่รู้สึกตัว เป็นภาวะที่ปัสสาวะไหลซึมออกมาเอง โดยไม่มีความรู้สึกอยากปัสสาวะ
หลากหลายสาเหตุของโรคช้ำรั่ว

สาเหตุสำคัญคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของการทำงาน และอวัยวะที่มีส่วนในการควบคุมการปัสสาวะ เช่น สมองและระบบประสาทที่ควบคุมการกลั้นและขับปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะท่อปัสสาวะ ระบบหูรูด กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน โดยมีสาเหตุต่าง ๆ กันในแต่ละกลุ่มอายุดังนี้

 วัยเด็ก เกิดจากระบบควบคุมการปัสสาวะยังไม่เข้าที่และพฤติกรรม รวมทั้งอุปนิสัยบางอย่าง มักออกมาในรูปแบบของการปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืน

 วัยสาว มักเกิดจากอุปนิสัยที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มน้ำน้อย กลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือเป็นเวลานาน ทำให้กระเพาะปัสสาวเกิดการบีบตัวผิดปกติ จนกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

 วัยกลางคน คนที่เคยตั้งครรภ์หรือเคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน อาจมีการเสื่อมของหูรูดและการหย่อนยานของผนังช่องคลอด รวมทั้งบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้บริเวณคอกระเพาะปัสสาวะปิดไม่สนิท จึงเกิดอาการปัสสาวะรั่วออกมา ในวัยสูงอายุและประจำเดือนหมดแล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลง ทำให้เยื่อบุในท่อปัสสาวะขาดความยืดหยุ่น ระบบการปิดกั้นของท่อปัสสาวะลดลง ทำให้ปัสสาวะรั่วซึมได้เช่นกัน

รักษาได้ยังไงบ้าง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคว่า เกิดความบกพร่องที่อวัยวะในการควบคุมการปัสสาวะส่วนใด โดยทั่วไปมีอยู่ 3 วิธีคือ พฤติกรรมบำบัด การรักษาทางยา และการผ่าตัด ผู้ที่มีอาการไม่มากควรเริ่มจากการทำพฤติกรรมบำบัด นั่นคือ การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูด ลักษณะเหมือนตอนที่กลั้นปัสสาวะ ทำอย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง แล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะเห็นผล และควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการเกิดซ้ำ

บางครั้งก็อาจใช้ยาเข้าช่วย เช่น ยาช่วยในการบีบตัวของกล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะ ยาลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น หรือใช้อุปกรณ์ในการลดการรั่วซึมของปัสสาวะ เช่น อุปกรณ์สอดช่องคลอด เพื่อยกและกดบริเวณทางออกหรือคอของกระเพาะปัสสาวะไว้ หรืออุปกรณ์สอดใส่ท่อปัสสาวะ หรือการใช้ผ้าอนามัย เพื่อซับน้ำปัสสาวะที่รั่วซึมไว้ แต่ถ้ามีอาการมาก จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น ในกรณี ที่มีการหย่อนของคอกระเพาะปัสสาวะ จะทำการผ่าตัดเพื่อพยุงบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้

ป้องกันได้ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ

ถ้าไม่อยากถูกรบกวนจากภาวะเช่นนี้ นี่คือ 4 วิธีการที่ควรฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อป้องกันไว้ก่อน

 1. ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

 2. ไม่ควรกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือนานเกินไป เพื่อป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ

 3. หลีกเลี่ยงภาวะที่ต้องใช้แรงเบ่งภายในช่องท้องมาก ๆ และอาการท้องผูก

 4. ออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูดเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความกระชับและยังช่วยให้ระบบการขับถ่ายดียิ่งขึ้นด้วย

สีปัสสาวะ…ก็บอกสุขภาพได้นะ

 ปัสสาวะสีอมแดง อาจเกิดจากการรับประทานอาหารอะไรที่เป็นสีทำนองนี้ แต่ถ้าแน่ใจว่าไม่ได้กินอะไรใกล้เคียงกับสีแดงเลย สีแดงนั้น ก็อาจเป็นเลือดที่ขับออกมาจากไต หรือกระเพาะปัสสาวะอาจอักเสบ หรือไม่ก็อาจจะมีอะไรในร่างกายที่ฉีกขาดเป็นแน่ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

 ปัสสาวะสีน้ำตาล อาจเกิดจากการรับประทานถั่วในปริมาณที่มาก หรืออาจจะเป็นลิ่มเลือดที่ปนออกมาก็ได้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์

 ปัสสาวะสีเหลือง ถ้าปัสสาวะเป็สีเหลืองอ่อน เป็นไปได้ว่าวันนั้นร่างกาย จะได้รับวิตามินบี 2 มากเกินไปความต้องการจนต้องขับออกมา แต่ถ้าเป็นสีเหลืองเข้มก็หมายความว่าคุณดื่มน้ำน้อยเกินไปแล้ว แต่ถ้ามั่นใจว่าดื่มน้ำเยอะแล้ว แต่ปัสสาวะยังเป็นสีเหลืองเข้มอยู่ ก็คงต้องรีบปรึกษาแพทย์

 ปัสสาวะมีสีขุ่น ให้ลองดื่มน้ำส้มดูว่าหายหรือไม่ ถ้าไม่หายอาจเนื่องมาจากากรติดเชื้อบางอย่างก็ได้ อาการอย่างนี้ควรปรึกษาแพทย์

 ปัสสาวะสีส้ม อาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาโพริเดียม ที่ใช้นการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 ปัสสาวะสีน้ำเงิน หากคุณกินยาแก้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งในยามีส่วนผสมของสารเมธีลีน และขับออกมาทางปัสสาวะ ปัสสาวะก็อาจมีสีออกฟ้า ๆ ได้